Tesla Roadster รถสปอร์ตไฟฟ้า 3 รุ่นย่อย มาพร้อมระบบดูดอากาศใต้ท้องรถและไอพ่นก๊าซเย็นที่พัฒนาร่วมกับ SpaceX บินได้ 0-60 ไมล์/ชม. เร็วสุดไม่ถึง 0.59 วินาที วิ่งไกลกว่า 483 กม.
หลังจากเปิดตัวต้นแบบไว้ตั้งแต่ปี 2017 และเลื่อนกำหนดมาหลายรอบ ในที่สุด Tesla ก็เผยโฉม Tesla Roadster เจเนอเรชันที่ 2 เวอร์ชันจริงแล้ว ในงานใกล้ฐานทดสอบจรวดของ SpaceX ที่เมืองเวโค รัฐเท็กซัส โดย Elon Musk นิยามรถคันนี้ว่าเป็นสุดยอดรถในยุคสุดท้ายที่ยังขับด้วยมนุษย์ และในงานยังโชว์ให้เห็นว่ารถวิ่งขึ้นทางลาดกลับหัว ตีลังกากลางอากาศ และกระโดดข้ามรถ Tesla รุ่นอื่น ๆ ได้จริง
Tesla Roadster เป็นรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าที่ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งคันตามแนวทาง Cybertruck และ Cybercab ห้องโดยสารเน้นความเบาแบบรถแข่ง ใช้พวงมาลัยทรงโยกแบบ steer-by-wire แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Performance, Thrust และ Rocket ทุกรุ่นมีระบบดูดอากาศใต้ท้องรถเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ ส่วน 2 รุ่นบนเพิ่มไอพ่นก๊าซเย็นที่ทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. (ประมาณ 0-97 กม./ชม.) ได้เร็วสุดไม่ถึง 0.59 วินาที Tesla เคลมระยะทางวิ่งไกลกว่า 300 ไมล์ (ประมาณ 483 กม.) วันนี้เราจึงรวบรวมทุกข้อมูลที่ Tesla ประกาศออกมาแล้วมาฝากกัน
Tesla Roadster ดีไซน์ภายนอก
Tesla Roadster หน้าตามาเป็นทรงลิ่มเหลี่ยมคมที่พัฒนาจากกลุ่มรถ Model S, 3, X และ Y มาสู่แนวทางของ Cybertruck, Cybercab และหุ่นยนต์ Optimus โดยได้แรงบันดาลใจจากเครื่องบินลาดตระเวน SR-71 และเครื่องบินขับไล่ F-35
ด้านหน้าใช้ไฟหน้าแบบซ่อนอยู่ในตัวถัง และออกแบบพื้นผิวให้เรียบเสมอกันทั้งคัน เพื่อให้ได้รูปทรงที่เรียบง่ายแต่ดูเป็นเครื่องจักรไฮเทค ซึ่งช่วยเรื่องอากาศพลศาสตร์ไปในตัว
ด้านข้างและด้านหลังมาพร้อมล้อน้ำหนักเบาแบบก้านบาง ที่ Tesla บอกว่าช่วยเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างตอนวิ่งบนพื้น กระจกเป็นแบบ Gold Glazed สีทองอมทองแดง เลียนแบบชั้นเคลือบบนหน้ากากชุดนักบินอวกาศ พร้อมรายละเอียดตกแต่งสีไทเทเนียม ส่วนท้ายรถใช้ไฟท้ายแบบยาวตลอดความกว้างของตัวรถ
Tesla Roadster ภายในห้องโดยสาร
Tesla Roadster วางคอนเซปต์ห้องโดยสารเป็นรถของนักขับ ตกแต่งโทนสี Ultrawhite ตัดด้วยวัสดุไมโครสเวดสีเทา ผู้ขับควบคุมรถผ่านพวงมาลัยทรงโยกแบบ steer-by-wire ซึ่งสั่งงานด้วยสัญญาณไฟฟ้าแทนแกนพวงมาลัยแบบกลไก หน้าจอมีทั้งจอทัชสกรีนกลางคอนโซล และจอขนาดเล็กอีก 2 จอด้านหน้าผู้ขับ
เพื่อลดน้ำหนักให้มากที่สุด Tesla เลือกใช้แมกนีเซียม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ทั่วทั้งคัน เบาะเป็นแบบตำแหน่งตายตัว และใช้การควบคุมแบบแมนวลแทนระบบไฟฟ้าในบางจุด จำนวนที่นั่งขึ้นกับรุ่นย่อย คือ Performance และ Thrust นั่งได้ 2 คน ส่วน Rocket เหลือที่นั่งเดียว ลดลงจากเลย์เอาต์ 2+2 ที่นั่งรวม 4 คนของต้นแบบปี 2017
Tesla Roadster เครื่องยนต์และสมรรถนะ
Tesla Roadster แบ่งสมรรถนะตามรุ่นย่อย โดย Tesla เรียก Thrust และ Rocket ว่าเป็นชุดอัปเกรด (augment) ที่ต่อยอดจากรุ่น Performance ตัวเลขอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ที่ประกาศมีดังนี้
-
Performance - ไม่ถึง 1.6 วินาที
-
Thrust - ไม่ถึง 0.9 วินาที
-
Rocket - ไม่ถึง 0.59 วินาที
ทั้ง 3 รุ่นย่อยวางแนวทางต่างกัน รุ่น Performance เน้นใช้งานบนถนน นั่งได้ 2 คน มาพร้อมแอโรไดนามิกส์แบบแอ็กทีฟและระบบดูดอากาศ และเปิดให้จองแล้ว รุ่น Thrust เน้นลงสนาม นั่งได้ 2 คน เพิ่มไอพ่นก๊าซเย็นด้านท้าย และผลิตจำนวนจำกัด ส่วนรุ่น Rocket วางตัวเป็นรุ่นพร้อมขึ้นบิน เหลือที่นั่งเดียว เพิ่มไอพ่นก๊าซเย็นรอบคันจนบินได้ และจำหน่ายเฉพาะผู้ได้รับเชิญ
Tesla เคลมระยะทางวิ่งไกลกว่า 300 ไมล์ (ประมาณ 483 กม.) ส่วนความเร็วสูงสุดของรุ่น Rocket อยู่ที่มากกว่า 230 ไมล์/ชม. (ประมาณ 370 กม./ชม.) โดยหน้าเว็บของ Tesla ยังระบุด้วยว่าสเปกที่แสดงเป็นของชุดอัปเกรด Thrust ซึ่งเป็นตัวเลือกเสริม
Tesla Roadster เทคโนโลยีและความปลอดภัย
Tesla Roadster มีเทคโนโลยีเด่น 3 ส่วนที่ทำงานร่วมกัน ดังนี้
-
ระบบดูดอากาศใต้ท้องรถ ใช้พัดลมร่วมกับระบบซีลกับพื้นถนน ดูดอากาศออกจากใต้ท้องรถจนเกิดแรงกดมากพอจะยึดรถไว้ในท่ากลับหัวได้ แม้ในขณะที่รถจอดนิ่ง
-
Track Mode ลดความสูงของตัวรถ และกางปีกแอ็กทีฟที่ขับเคลื่อนด้วยแอคชูเอเตอร์ตัวเดียวกับที่ Tesla พัฒนาให้หุ่นยนต์ Optimus โดย Tesla เคลมว่าได้แรงกดใกล้เคียงระดับรถ F1
-
ไอพ่นก๊าซเย็น อัดอากาศเก็บไว้ในถังแรงดันสูงแบบคาร์บอนไฟเบอร์ (COPV) ที่วางไว้ทุกช่องว่างที่ใช้ได้ในตัวรถ รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla ระบุว่ารุ่น Rocket ใช้ไอพ่น 10 ตัว ต่อกับอากาศอัด 600 ลิตร และเติมอากาศใหม่ได้ ส่วน Tesla เคลมว่าไอพ่นสร้างแรงได้ 4-5 เท่าของแรงที่ยางรับไหว จึงเร่งได้เร็วกว่าขีดจำกัดการยึดเกาะของยาง
ด้านความปลอดภัย Tesla ยังไม่ประกาศจำนวนถุงลมและระบบช่วยขับขี่ ADAS ซึ่งก่อนหน้านี้ Elon Musk เคยพูดไว้ว่าใครที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่ควรซื้อ Roadster นอกจากนี้รุ่น Rocket ยังไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้บนถนนสาธารณะ และไม่มีจำหน่ายในทุกภูมิภาค ส่วนท่าตีลังกาและการบินที่เห็นในงานเปิดตัวเป็นการสาธิตโดยทีมงานของ Tesla ในพื้นที่ปิด
Tesla Roadster สีตัวถัง
Tesla Roadster ที่เปิดตัวมาในสี Ano White (สีขาวสูตรเดียวกับสารเคลือบที่ใช้ปกป้องจรวด) ซึ่งทนรังสียูวีและความเย็นจัด ระบายไฟฟ้าสถิตได้ และป้องกันการกัดกร่อน
Tesla Roadster ราคาจำหน่าย
Tesla Roadster ยังไม่ประกาศราคาขายจริงของรุ่นย่อยใดเลย แต่ Tesla เปิดรับจองในสหรัฐฯ ผ่านเว็บไซต์แล้ว โดยเงินจองแต่ละรุ่นเป็นดังนี้
-
รุ่น Performance เงินจอง $50,000 (ประมาณ 1.7 ล้านบาท)
-
รุ่น Thrust เงินจอง $250,000 (ประมาณ 8.4 ล้านบาท) ผลิตจำนวนจำกัด
-
รุ่น Rocket จำหน่ายเฉพาะผู้ได้รับเชิญ ยังไม่ระบุเงินจอง
Elon Musk ระบุว่าจะเริ่มผลิตในปี 2028 สำหรับประเทศไทย เว็บไซต์ Tesla ประเทศไทยมีหน้า Roadster แล้ว แต่ระบุไว้ว่ามีเฉพาะรุ่นพวงมาลัยซ้าย และการวางจำหน่ายขึ้นกับกฎหมายของแต่ละภูมิภาค ขณะที่รถในไทยใช้พวงมาลัยขวา จึงยังต้องรอดูว่า Tesla จะทำตลาดในไทยหรือไม่ หากนำเข้ามาจริง คาดว่าราคาน่าจะอยู่ที่ราว ๆ [[X]] ล้านบาท
บทความที่เกี่ยวข้องกับรถใหม่ 2026
-
3 รถ SUV ไฟฟ้าญี่ปุ่น ราคา 1 ล้านกว่าบาท ปี 2026 เทียบสเปกและราคา ซื้อรุ่นไหนดี ?
-
Mazda CX-6e รถ SUV ไฟฟ้า ดีไซน์ KODO วิ่งไกล 555 กม. เริ่ม 1.259 ล้านบาท
-
Honda e:N2 2026 รถ SUV ไฟฟ้า เปิดจองในไทย ราคา 1,429,000 บาท
-
15 รถยนต์ไฟฟ้า 2026 ราคาไม่เกิน 7 แสน / 1 ล้าน / 1.5 ล้าน มีงบเท่านี้ซื้อรุ่นไหนดี ?
-
Toyota Veloz HEV 2026 รถ MINI MPV 7 ที่นั่ง ขุมพลังไฮบริด 1.5 ลิตร ประหยัด 28.9 กม./ลิตร
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : tesla.com, (2), (3), (4)
ขอบคุณข้อมูลจาก : electrek.co, techcrunch.com, teslarati.com






