
SET แกว่งตัวไซด์เวย์ ลุ้น Thailand Focus และมาตรการรัฐช่วยพยุง
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10–30 ปีอย่างน้อย 2 เท่า จากไม่เกิน 2 พันล้านดอลลาร์ฯ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ฯ ต่อครั้ง
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10–30 ปีอย่างน้อย 2 เท่า จากไม่เกิน 2 พันล้านดอลลาร์ฯ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ฯ ต่อครั้ง InnovestX มองว่ามาตรการดังกล่าวมีนัยสำคัญในเชิงสัญญาณมากกว่าขนาดของเม็ดเงิน อย่างไรก็ดี มาตรการนี้ยังไม่ใช่ Yield Curve Control และไม่สามารถหักล้างแรงกดดันจากการขาดดุลการคลังและอุปทานพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ ปฏิกิริยาของตลาดในช่วงปลายสัปดาห์ที่ yield กลับมาดีดขึ้น สอดคล้องกับมุมมองของ InnovestX ที่ว่ามาตรการนี้มีนัยเชิงสัญญาณมากกว่าจะเปลี่ยนแนวโน้ม term premium ในระยะกลาง–ยาว
ขณะที่สัปดาห์หน้า แนะนำติดตามการส่งออกไทยเดือน ก.ค. ซึ่ง InnovestX คาดว่าจะยังขยายตัวแข็งแกร่งที่ 13.2% ส่วนเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. นั้น ตลาดคาด Core PCE จะทรงตัวที่ 3.3% YoY หากข้อมูลยังสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ชะลอลง จะสนับสนุนมุมมองของ InnovestX ที่คาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2026 นอกจากนี้ ให้ติดตามพัฒนาการมาตรการกดดันอิหร่านของสหรัฐฯ ซึ่งเป็น Upside Risk ต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อโลก และเป็นตัวแปรที่อาจหักล้างภาพแรงกดดันด้านราคาที่ชะลอลง รวมถึงการประชุม Jackson Hole (วันที่ 27–29 ส.ค.) ภายใต้หัวข้อ “Financial Innovation: Implications for Payments and Policy” โดยตลาดจะให้ความสำคัญกับมุมมองของ Fed ต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยหลังการเปิดเผย PCE รวมถึงผลของ AI และนวัตกรรมทางการเงินต่อผลิตภาพ อัตราดอกเบี้ยธรรมชาติ และกลไกการดำเนินนโยบายการเงิน ซึ่งอาจช่วยให้เห็น Reaction Function ของ Fed ภายใต้การนำของ Kevin Warsh ชัดเจนขึ้น
ส่วนตลาดหุ้นไทย InnovestX มองช่วงสั้น SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยหนุนจากความคาดหวัง Fund Flow จะไหลเข้าสะสมในหุ้นขนาดใหญ่ (SET50) รับ Sentiment เชิงบวกจากการจัดงาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) ที่เปิดเวทีเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก อีกทั้งยังมีประเด็นบวกจากการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส ขณะที่การประชุม กนง. คาดยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% อย่างไรก็ดี ยังต้องระวังความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันภาพการลงทุนและเศรษฐกิจจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1.Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP, PR9, SAWAD, HMPRO, BDMS, TU, BCH, BCPG, MTC และ TIDLOR
2.Thailand Focus Play ซึ่งคาดจะได้อานิสงส์จากความหวัง Fund Flow จะไหลเข้าจากงาน Thailand Focus โดยเน้นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและสถิติมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกจากการจัดงานนี้ ได้แก่ CRC, CPN, GPSC, KKP, PTTGC, CENTEL, WHA
3.Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW, CENTEL, AWC, CPALL, CPN) มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF, GPSC, BGRIM, GUNKUL, WHAUP) การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON, CK, SCC, SCCC)
4.High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ AMATA (XD 26 ส.ค.) SIRI (XD 27 ส.ค.) BCH (27 ส.ค.) PRM (27 ส.ค.) TLI (28 ส.ค.) ทั้งนี้แม้ราคาหุ้นมักจะย่อตัวลงหลังขึ้น XD แต่การเข้าซื้อก่อนวัน XD ยังได้เปรียบเชิงกลยุทธ์จากโอกาสทำกำไรช่วงแรงซื้อเก็งกำไร อีกทั้งมอง Valuation ที่ไม่แพงผสานกำไร 2H26 ที่แข็งแกร่ง จะช่วยจำกัด Downside และหนุนให้ราคาหุ้นฟื้นตัวกลับมาปิดแก๊ปได้อย่างรวดเร็ว
นางสาวณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล
ผู้อำนวยการอาวุโส Equity Strategy Team
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)
บริษัทหลักทรัพย์ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์