คัดลอก URL แล้ว
คนกีฬาค้านแก้กฎหมาย 4 ฉบับ หวั่นกระทบกองทุน-เยาวชน

คนกีฬาค้านแก้กฎหมาย 4 ฉบับ หวั่นกระทบกองทุน-เยาวชน

ภาคประชาสังคมและคนกีฬาค้านแก้กฎหมาย 4 ฉบับ เปลี่ยนระบบเงินภาษีบาป หวั่นกระทบกองทุนกีฬาและสุขภาพ เผยระบบใหม่เบิกจ่ายครึ่งปีแรกได้เพียง 50%

คนกีฬา-ภาคประชาสังคมค้านแก้กฎหมาย 4 ฉบับ หวั่นกระทบเยาวชน

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม และเครือข่ายประชาชนปฏิรูประบบสุขภาพและสื่อสาธารณะเพื่อสิทธิพลเมือง จัดเสวนา “ยกเลิกภาษีเฉพาะ กลับสู่ระบบงบประมาณปกติ : กองทุน-คนกีฬารอดจริงหรือ?” เพื่อแสดงข้อกังวลต่อการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ที่จะเปลี่ยนระบบเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบมาเป็นการจัดสรรผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ เลขานุการขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ธุรกิจสุราและยาสูบไม่ต้องจ่ายเงินบำรุงเพิ่มเติมประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยเงินส่วนนี้ไม่ได้กลับมาเป็นรายได้แผ่นดิน ขณะที่รัฐบาลยังต้องจัดหางบประมาณสนับสนุนทั้ง 4 หน่วยงาน ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง พร้อมยกตัวอย่างงบประมาณควบคุมบุหรี่ในอดีตที่ลดลงจาก 32 ล้านบาทในปี 2534 เหลือ 10 ล้านบาทในปี 2539

ด้านว่าที่ ร.ท.ยุทธการ รัตนมาศ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่คณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเปลี่ยนมาใช้ระบบงบประมาณใหม่ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจะสามารถอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณในช่วง 6 เดือนแรกได้เพียง 50% จากเดิมที่สามารถเบิกจ่ายล่วงหน้าได้สูงถึง 70% ซึ่งอาจกระทบการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการเตรียมนักกีฬาตลอดทั้งปี โดยเฉพาะสมาคมกีฬาที่ต้องสำรองค่าใช้จ่ายล่วงหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากองทุนมีระบบตรวจสอบทั้งภายในและจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รวมถึง ป.ป.ช. อยู่แล้ว

ขณะที่นายณรงค์ เทียมเมฆ จากมูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย ระบุว่า ผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขกฎหมายกองทุน สสส. มีผู้ไม่เห็นด้วย 89.47% ส่วนร่างแก้ไขกฎหมายการกีฬาแห่งประเทศไทยมีผู้ไม่เห็นด้วย 67.88% พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าการแก้ไขกฎหมายอาจเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจสุราและยาสูบมากกว่าการคำนึงถึงสุขภาพประชาชน

นายวรปัฐ อรุณภักดี หรือ เจ วรปัฐ สื่อมวลชนสายกีฬา ตั้งคำถามถึงความชัดเจนของแผนรัฐบาลในการบริหารงบประมาณหลังเปลี่ยนระบบ โดยเฉพาะความต่อเนื่องของโครงการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ

ส่วน นายณรงค์ แสงมณี หรือ “โค้ชบัง” ผู้ฝึกสอนฟุตซอลอาสาใต้ด่วนลาดพร้าว ยกตัวอย่างโครงการ SDN FUTSAL NO-L ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ในการใช้กีฬาฟุตซอลสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนในชุมชน ห่างไกลยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และอบายมุข พร้อมแสดงความกังวลว่าหากการสนับสนุนโครงการเหล่านี้ขาดความต่อเนื่อง เด็กจำนวนมากอาจสูญเสียพื้นที่สร้างสรรค์และโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านกีฬา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง