‘เจือ ราชสีห์‘ ฝาก ’นายกฯอนุทิน’ เร่ง แก้ 2 ปัญหา ให้ชาวสงขลา ในช่วงประชุม ครม.สัญจร

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายเจือ ราชสีห์ อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในโอกาสที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีจะมา ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 31 สิงหาคมถึงวันที่ 1 กันยายน  ตนอยากให้นายกรัฐมนตรี นำเงินงบประมาณลงมาพัฒนาภาคใต้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งตนได้รับการร้องเรียนจากชาวจังหวัดสงขลา ให้มีการพัฒนาหลายๆด้าน จึงขอฝากให้นายกรัฐมนตรี ช่วยแก้ไขปัญหาให้คือ 

1. โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จากฝั่งเทศบาลนครสงขลา จังหวัดสงขลา ไปยังฝั่งอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โครงการนี้เป็นความหวังของชาวสงขลามานาน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการจราจร ลดระยะทางการเดินทาง และส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางระหว่างจากฝั่งเทศบาลนครสงขลา ไปยังฝั่งอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ยังคงต้องใช้เส้นทางอ้อมเป็นระยะทางไกล หรือใช้บริการแพขนานยนต์ข้ามฟาก ซึ่งไม่สามารถรองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งแพขนานยนต์ข้ามฟากสามารถใช้ได้จนถึง 22.00 น. เท่านั้น ซึ่งในช่วงเช้า-ช่วงเย็น ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ไม่สะดวกในการเดินทาง และกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา  ที่สำคัญเมื่อแพเสียกะทันหันหรือครบระยะเวลาซ่อมบำรุงทำให้ต้องลดจำนวนแพที่ให้บริการทำให้ประชาชนต้องเข้าคิวรอเป็นระยะเวลานานขึ้น กระทบต่อกลุ่มนักเรียน คนทำงาน บ่อยครั้ง โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาจากเทศบาลนครสงขลาไปยังอำเภอสิงหนคร ขณะมีนี้ความคืบหน้าไปมาก  เพราะกรมทางหลวงชนบท ได้ตั้งงบประมาณในปี 2569 เป็นเงิน 9 ล้านบาท และสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านงบประมาณนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทรีบมาดำเนินการ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและปัญหาของชาวสงขลา  ขอให้นายกรัฐมนตรีกำชับให้กรมทางหลวงชนบท ก่อสร้างสะพานให้ตั้งงบประมาณเพื่อก่อสร้างสะพานอย่างเร่งด่วนต่อไป 

2. สร้างโรงพยาบาลอำเภอเมืองสงขลา หรือโรงพยาบาลจังหวัดสงขลา2 เป็นการคืนโรงพยาบาลให้กับพี่น้องในเขตเทศบาลนครสงขลา และตำบลใกล้เคียงด้วย หลังจากที่โรงพยาบาลจังหวัดสงขลา ได้ย้ายออกจากเทศบาลนครสงขลา ไปตั้งอยู่ในตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ทำให้พี่น้องในเขตเทศบาลนครสงขลา และตำบลใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน ซึ่งพี่น้องในเขตเทศบาลนครสงขลาและตำบลใกล้เคียง อยากได้โรงพยาบาลที่มีศักยภาพ มีความพร้อมเพื่อดูแลผู้ป่วยในได้ และเพื่อให้พี่น้องได้เข้าถึงสิทธิในการบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่านายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งทั้ง 2 โครงการนั้นได้รับการร้องขอจากประชาชนเป็นเวลานานแล้วโดยหากสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมจะสามารถลดความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกเพิ่มมากขึ้น